You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

เช็ค สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 กันยายน 2563:Inventors and Inventions of the Industrial Revolution

ทีม ชาติ โครเอเชีย,ทั้งนี้ ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย แต่วงเงินรวมที่ซื้อไม่เกินรายละ 2,000,000 บาท ต่อ 1 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย นอกจากนั้น พันธบัตรออมทรัพย์รุ่นนี้ ได้เพิ่มช่องทางการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของธนาคารกรุงไทยฯ (KTB netbank) โดยผู้มีสิทธิ์ซื้อสามารถทำรายการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ได้ที่ www.ktbnetbank.com ซึ่งผู้มีสิทธิ์ซื้อต้องดำเนินการสมัครขอใช้บริการ KTB netbank ผ่านสาขาของธนาคารก่อนด้านนางเกศรา เปิดเผยว่า กรณีที่เนชั่น กรุ๊ป ได้ทำหนังสือตอบข้อซักถามของตลาดหลักทรัพย์นั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาการตอบคำถามของบริษัทว่าครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่า การตอบคำถามไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ อาจส่งคำถามกลับไปยังเนชั่นอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป"นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนเช้าซื้อสุทธิใน Call DW ในช่วงที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลงด้วย โดย DW28 ที่มีแรงซื้อสุทธิสูงสุดวานนี้ ได้แก่ TMB28C1507A 12.2 ล้านหน่วย ขณะที่หุ้นอ้างอิงปิดลบ -3.9% ITD28C1508A ซื้อสุทธิ 10.0 ล้านหน่วย ขณะที่หุ้นอ้างอิงปิดลบ -1.9% และ Call DW บนหุ้น TRUE รวม 5.4 ล้านหน่วย ขณะที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลง -4.9% เป็นต้น" ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CEIณ เวลา 10.46น. ราคาอยู่ที่ 1.04 บาท ลบ 0.12 บาท หรือ 10.34% สูงสุดที่ 1.14 บาท ต่ำสุดที่ 1.01 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 7.33 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.63% สรุปแนวโน้มหุ้นที่น่าจับตาประจำวันที่ 7 พ.ค. 58โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงติดต่อกันสองครั้ง และล่าสุดมาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันต่อทิศทางค่าของเงินบาทได้มากน้อยเพียงใดโดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลงแรง คาดว่ามาจากประเด็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศให้ CEI หลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 : Cash Balance มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.-12 มิ.ย. 2558ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ลดลง 4,250 ราย แตะระดับ 279,500 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2543 SET ปิดเช้าร่วงกว่า 12 จุด TRUE ซื้อขายสูงสุด บ่ายคาดแกว่งไซต์เวย์1.การปรับปรุงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอให้เหมาะสมกับนักลงทุน, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร TOP (ลุ้นราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นมาเป็นบวก) และ SCB (ราคาหุ้นปรับถอยลงแรงจน P/BV แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ 1.83 เท่า ซึ่งมักเป็นจุดลุ้นฟื้น) BDMS รูดต่ำสุดรอบ 3 เดือน โบรกฯเชียร์ซื้อ ชี้กระแสเงินสดแกร่ง-รายได้โตต่อเนื่องโดยหุ้น TVT จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ โดยทำธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์และรายการบันเทิง แบ่งลักษณะธุรกิจเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) ธุรกิจโฆษณา ซึ่งเกิดจากการผลิตรายการโทรทัศน์ 2) ธุรกิจให้บริการ ซึ่งเกิดจากการรับจ้างผลิตรายการและการจัดกิจกรรม 3) ธุรกิจบริหารศิลปิน และ 4) ผลิตและจำหน่ายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ขายสื่อโฆษณา,โดยบริษัทได้ยื่นรายชื่อผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่และรายละเอียดการถือหุ้นแก่ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์เพื่อประกอบการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งการยื่นหนังสือครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 หลังจากบริษัทได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานก.ล.ต. ไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.58 และวันที่ 31 มี.ค.58 4) Pairs Trading idea: Long BBL/Short SCB (ซื้อหุ้นที่มีสัดส่วน Corporate Loans สูง Short หุ้นที่มีสัดส่วน SME สูงในช่วง NPL ขาขึ้น) ด้านนางเกศรา เปิดเผยว่า กรณีที่เนชั่น กรุ๊ป ได้ทำหนังสือตอบข้อซักถามของตลาดหลักทรัพย์นั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาการตอบคำถามของบริษัทว่าครบถ้วนหรือไม่ หากพบว่า การตอบคำถามไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ อาจส่งคำถามกลับไปยังเนชั่นอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปแนวรับ 4.38-4.50 บาท กบง.มีมติคงราคาขายปลีก LPG เดือนพ.ค.ที่ 23.96 บ./กก. KTB ไหลลงมาแรงลากเลือดจากตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา จนถึงวานนี้ปรับตัวลดลงไปถึง 16.59% แต่อย่างไรก็ตามหากมองดูแท่งเทียนวานนี้ ถือว่ามีสัญญาณที่ดีจากการไม่ได้ทำ Low ใหม่เกิดขึ้นแถมยังปรับตัวเพิ่มขึ้นมาได้เล็กน้อย สวนทางกับ SET Index ที่ลดลงถึง 17 จุด สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณชี้นำเล็กๆว่าแรงขาย KTB เริ่มที่จะหมดลงแล้ว。

บล.แมคควอรี เปิดเผยว่า นักลงทุนซื้อสุทธิ Call DW หุ้น TRUE หลังจากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลงต่ออีก 6% โดยราคาหุ้น TRUE ปิดตลาดที่ 10.90 บาท ปรับตัวลง -0.70 บาท หรือ -6.03% ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อ Call DW ขณะที่ราคา Put DW ปิดพุ่งจากการปรับตัวลงของหุ้นอ้างอิงดังกล่าว เช่น TRUE28P1509A ซึ่งปรับตัวขึ้น +13.5%บล.แมคควอรี เปิดเผยว่า ตลาด DW ด้วยวอลุ่มเหนือ 1 พันล้านบาท หลังวันหยุดยาว โดยเป็นผลมาจากความผันผวนของหุ้นอ้างอิง โดยการซื้อขาย DW ในวันพุธ นักลงทุนให้ความสนใจ DW บนหุ้นรายตัวเป็นจำนวนมาก ขณะที่แรงซื้อหุ้นพลังงาน ที่หนุนให้หุ้นพลังงานปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ Call DW บนหุ้นพลังงานปรับตัวขึ้นตามอย่างแข็งแกร่ง ตัวอย่าง DW28 เช่น PTT28C1508A +8.3% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +1.7% PTTE28C1507A +18.8% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +2.7% เป็นต้น บริษัทมีการกู้ยืมเข้ามาทำเทนเดอร์ฯ HEMRAJ ทั้งหมด 34.7 พันล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นเงินกู้ระยะสั้น (Bridging Loan) อายุ 2 ปีจำนวน 28.2 พันล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวอายุ 7 ปี จำนวน 6.5 พันล้านบาทระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway down มีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงไปที่กรอบล่างของ sideway ได้อีกครั้งสั้นๆ อาจอ่อนตัวลงไปแนวรับแถวๆ 189-187 บาท แนะนำรอซื้อเก็งกำไร หวังผลที่แนวต้านแถว ๆ 205-208 บาทได้ต่อไป ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 185 บาท โฮม พอตเทอรี่ ตะลุยโรดโชว์กลางเดือนนี้ จ่อขาย IPO 120 ล้านหุ้น-เทรด maiด้านเศรษฐกิจใน 2Q15 มีทิศทางของการฟื้นตัวที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยหนุนตลาด ในสถานการณ์ที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลโลก(Yield Curved) และไทย ยังคงมีแนวโน้มตกต่ำต่อเนื่อง จากนโยบายการเงินผ่อนคลาย ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงยังมีเสน่ห์ด้านผลตอบแทนจากการลงทุน โดยมีตัวแปร、 สัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่การใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายด้วยการลดดอกเบี้ยลงเหลือ 1.5% และการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า โดยตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. ปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่ากว่า 2% ปัจจุบันมาอยู่ที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนที่สุดในรอบ 5 ปี และยังมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง จากโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25-0.5% ในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่เหลืออีก 4 ครั้งจนถึงสิ้นปี 2558 จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาทและ SET Index ข้อมูล 100 วันย้อนหลังจะพบว่ามีทิศทางสัมพันธ์กันไปในทางตรงกันข้ามกันด้วยค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ (Correlation) ติดลบสูงถึง -0.73 ซึ่งเมื่อทำการทดสอบด้วยสมการถดถอย จะพบว่าหากค่าเงินบาทไปเคลื่อนไหวในกรอบ 33.5 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ SET Index จะเคลื่อนไหวลงมาอยู่ในกรอบ 1,450 -1,480 จุด,HANA Trading buy ปิด: 44.5 แนวรับ: 44-42 แนวต้าน: 46-48,ขณะที่ Andaman Power เดิมชื่อ บริษัท ทวายเพาเวอร์ แอนด์ ยูติลิตี้ จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.55 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน และชำระแล้ว 100 ล้านบาท และกำลังจะเพิ่มทุนอีก 250 ล้านบาท ภายในเดือนพ.ค.58 เป็นทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท และทุนชำระแล้ว 340 ล้านบาททั้งนี้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท SENA เปิด 2 โครงการใหม่บ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮม มูลค่ากว่า 240 ลบ.รายได้ค่าเช่าของบริษัทในปี 2557 ลดลง 13% จาก 1,110 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 966 ล้านบาทในปี 2557 อันเป็นผลเนื่องมาจากการที่บริษัทขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในช่วงปลายปี 2556 รวมทั้งจำนวนผู้เช่าใหม่ที่ย้ายเข้ามาในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ยังมีไม่มาก รายได้จากการขายสินทรัพย์เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust REIT) หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยรายได้จากการขายสินทรัพย์เท่ากับ 4,460 ล้านบาทในปี 25557 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2555-2556รายได้ค่าเช่าของบริษัทในปี 2557 ลดลง 13% จาก 1,110 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 966 ล้านบาทในปี 2557 อันเป็นผลเนื่องมาจากการที่บริษัทขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในช่วงปลายปี 2556 รวมทั้งจำนวนผู้เช่าใหม่ที่ย้ายเข้ามาในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ยังมีไม่มาก รายได้จากการขายสินทรัพย์เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust REIT) หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยรายได้จากการขายสินทรัพย์เท่ากับ 4,460 ล้านบาทในปี 25557 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2555-2556แนวรับ 1170 / 1140 ดอลลาร์ // แนวต้าน 1210 / 1220 ดอลลาร์CPALL (TP52.3*) : Support 41.75/40.75 Resistant 43/45 ,Catalyst : การลดต้นทุนและปลดภาระดอกเบี้ยจ่าย รวมไปถึงรายการหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ช่วยประหยัดรายจ่ายในงบการเงินไปได้กว่า 330 ลบ ผสานการบุกตลาด CLMV คาดหนุนกำไรสุทธิฟื้นแกร่งด้วยอัตราเฉลี่ย CAGR 3ปีข้างหน้าที่ 21%HANA (จากกราฟ) มีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 48.25 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 51 บาททั้งนี้บริษัทจะมีการดำเนินการสร้างโรงงานแห่งใหม่ 5,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มสร้างในช่วงไตรมาส 4/58 และจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 60 ซึ่งโรงงานแห่งใหม่จะสามารถวางเครื่องจักรเพิ่มได้อีก 8-10 เครื่องTRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,125.22 ล้านบาท ปิดที่ 11.10 บาท ลดลง 0.50 บาท?โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทรายได้จากยอดขายทั้งจากสาขาเดิมและสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2558 บริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้น 65,200 ตร.ม. ในขณะที่โรงงานให้เช่าเพิ่มขึ้นเพียง 3,350 ตร.ม. ถึงแม้พื้นที่ให้เช่ารวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราการให้เช่าพื้นที่ของบริษัทยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราการให้เช่าไม่รวมพื้นที่เช่าล่วงหน้า (Pre-leased Area) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 เท่ากับ 55% เทียบกับระดับ 73% ณ สิ้นปี 2555 อัตราการให้เช่าพื้นที่ที่ต่ำมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่บริษัทลงทุนสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมในพื้นที่ใหม่ ๆ จำนวนมากและอัตราการเช่าโรงงานที่ยังไม่ฟื้นตัว。

The Industrial Revolution (1750–1900) forever changed the way people in Europe and the United States lived and worked. These inventors and their creations were at the forefront of a new society.


  • Spinning and weaving

    The creation of the following ingenious machines made possible the mass production of high-quality cotton and woolen thread and yarn and helped transform Great Britain into the world’s leading manufacturer of textiles in the second half of the 18th century.

    The spinning jenny. About 1764 James Hargreaves, a poor uneducated spinner and weaver living in Lancashire, England, conceived a new kind of spinning machine that would draw thread from eight spindles simultaneously instead of just one, as in the traditional spinning wheel. The idea reportedly occurred to him after his daughter Jenny accidentally knocked over the family’s spinning wheel; the spindle continued to turn even as the machine lay on the floor, suggesting to Hargreaves that a single wheel could turn several spindles at once. He obtained a patent for the spinning jenny in 1770.

    The water frame. So called because it was powered by a waterwheel, the water frame, patented in 1769 by Richard Arkwright, was the first fully automatic and continuously operating spinning machine. It produced stronger and greater quantities of thread than the spinning jenny did. Because of its size and power source, the water frame could not be housed in the homes of spinners, as earlier machines had been. Instead, it required a location in a large building near a fast-running stream. Arkwright and his partners built several such factories in the mountainous areas of Britain. Spinners, including child laborers, thereafter worked in ever-larger factories rather than in their homes.

    The spinning mule. About 1779 Samuel Crompton invented the spinning mule, which he designed by combining features of the spinning jenny and the water frame. His machine was capable of producing fine as well as coarse yarn and made it possible for a single operator to work more than 1,000 spindles simultaneously. Unfortunately, Crompton, being poor, lacked the money to patent his idea. He was cheated out of his invention by a group of manufacturers who paid him much less than they had promised for the design. The spinning mule was eventually used in hundreds of factories throughout the British textile industry.

  • The steam engine

    Through its application in manufacturing and as a power source in ships and railway locomotives, the steam engine increased the productive capacity of factories and led to the great expansion of national and international transportation networks in the 19th century.

    Watt’s steam engine. In Britain in the 17th century, primitive steam engines were used to pump water out of mines. In 1765 Scottish inventor James Watt, building on earlier improvements, increased the efficiency of steam pumping engines by adding a separate condenser, and in 1781 he designed a machine to rotate a shaft rather than generate the up-and-down motion of a pump. With further improvements in the 1780s, Watt’s engine became a primary power source in paper mills, flour mills, cotton mills, iron mills, distilleries, canals, and waterworks, making Watt a wealthy man.

    The steam locomotive. British engineer Richard Trevithick is generally recognized as the inventor of the steam railway locomotive (1803), an application of the steam engine that Watt himself had once dismissed as impractical. Trevithick also adapted his engine to propel a barge by turning paddle wheels and to operate a dredger. Trevithick’s engine, which generated greater power than Watt’s by operating at higher pressures, soon became common in industrial applications in Britain, displacing Watt’s less-efficient design. The first steam-powered locomotive to carry paying passengers was the Active (later renamed the Locomotion), designed by English engineer George Stephenson, which made its maiden run in 1825. For a new passenger railroad line between Liverpool and Manchester, completed in 1830, Stephenson and his son designed the Rocket, which achieved a speed of 36 miles (58 km) per hour.

    Steamboats and steamships. Steamboats and other steamships were pioneered in France, Britain, and the United States in the late 18th and early 19th centuries. The first commercially successful paddle steamer, the North River Steamboat, designed by American engineer Robert Fulton, traveled up the Hudson River from New York City to Albany, New York, in 1807 at a speed of about 5 miles (8 km) per hour. Eventually, ever larger steamboats delivered cargo as well as passengers over hundreds of miles of inland waterways of the eastern and central United States, especially the Mississippi River. The first transoceanic voyage to employ steam power was completed in 1819 by the Savannah, an American sailing ship with an auxiliary steam-powered paddle. It sailed from Savannah, Georgia, to Liverpool in a little more than 27 days, though its paddle operated for only 85 hours of the voyage. By the second half of the 19th century, ever larger and faster steamships were regularly carrying passengers, cargo, and mail across the North Atlantic, a service dubbed “the Atlantic Ferry.”

  • Harnessing electricity

    In the early 19th century, scientists in Europe and the United States explored the relationship between electricity and magnetism, and their research soon led to practical applications of electromagnetic phenomena.

    Electric generators and electric motors. In the 1820s and ’30s British scientist Michael Faraday demonstrated experimentally that passing an electric current through a coil of wire between two poles of a magnet would cause the coil to turn, while turning a coil of wire between two poles of a magnet would generate an electric current in the coil (electromagnetic induction). The first phenomenon eventually became the basis of the electric motor, which converts electrical energy into mechanical energy, while the second eventually became the basis of the electric generator, or dynamo, which converts mechanical energy into electrical energy. Although both motors and generators underwent substantial improvements in the mid-19th century, their practical employment on a large scale depended on the later invention of other machines—namely, electrically powered trains and electric lighting.

    Electric railways and tramways. The first electric railway, intended for use in urban mass transit, was demonstrated by German engineer Werner von Siemens in Berlin in 1879. By the early 20th century, electric railways were operating within and between several major cities in Europe and the United States. The first electrified section of London’s subway system, called the London Underground, began operation in 1890.

    The incandescent lamp.In 1878–79 Joseph Wilson Swan in England and later Thomas Alva Edison in the United States independently invented a practical electric incandescent lamp, which produces continuous light by heating a filament with an electric current in a vacuum (or near vacuum). Both inventors applied for patents, and their legal wrangling ended only after they agreed to form a joint company in 1883. Edison has since been given most of the credit for the invention, because he also devised the power lines and other equipment necessary for a practical lighting system. During the next 50 years, electric incandescent lamps gradually replaced gas and kerosene lamps as the major form of artificial light in urban areas, though gas-lit street lamps persisted in Britain until the mid-20th century.

  • The telegraph and the telephone

    Two inventions of the 19th century, the electric telegraph and the electric telephone, made reliable instantaneous communication over great distances possible for the first time. Their effects on commerce, diplomacy, military operations, journalism, and myriad aspects of everyday life were nearly immediate and proved to be long-lasting.

    The telegraph. The first practical electric telegraph systems were created almost simultaneously in Britain and the United States in 1837. In the device developed by British inventors William Fothergill Cooke and Charles Wheatstone, needles on a mounting plate at a receiver pointed to specific letters or numbers when electric current passed through attached wires. American artist and inventor Samuel F.B. Morse created his own electric telegraph and, more famously, a universal code, since known as Morse Code, that could be used in any system of telegraphy. The code, consisting of a set of symbolic dots, dashes, and spaces, was soon adopted (in modified form to accommodate diacritics) throughout the world. A demonstration telegraph line between Washington, D.C., and Baltimore, Maryland, was completed in 1844. The first message sent on it was, “What hath God wrought!” Telegraph cables were first laid across the English Channel in 1851 and across the Atlantic Ocean in 1858. In the United States the spread of telegraphic communication through the growth of private telegraph companies such as Western Union aided the maintenance of law and order in the Western territories and the control of traffic on the railroads. What’s more, it enabled the transmission of national and international news through wire services such as the Associated Press. In 1896 Italian physicist and inventor Guglielmo Marconi perfected a system of wireless telegraphy (radiotelegraphy) that had important military applications in the 20th century.

    The telephone. In 1876 Scottish-born American scientist Alexander Graham Bell successfully demonstrated the telephone, which transmitted sound, including that of the human voice, by means of an electric current. Bell’s device consisted of two sets of metallic reeds (membranes) and electromagnetic coils. Sound waves produced near one membrane caused it to vibrate at certain frequencies, which induced corresponding currents in the electromagnetic coil connected to it, and those currents then flowed to the other coil, which in turn caused the other membrane to vibrate at the same frequencies, reproducing the original sound waves. The first “telephone call” (successful electric transmission of intelligible human speech) took place between two rooms of Bell’s Boston laboratory on March 10, 1876, when Bell summoned his assistant, Thomas Watson, with the famous words that Bell transcribed in his notes as “Mr. Watson—Come here—I want to see you.” Initially the telephone was a curiosity or a toy for the rich, but by the mid-20th century it had become a common household instrument, billions of which were in use throughout the world.

  • The internal-combustion engine and the automobile

    Among the most-consequential inventions of the late Industrial Revolution were the internal-combustion engine and, along with it, the gasoline-powered automobile. The automobile, which replaced the horse and carriage in Europe and the United States, offered greater freedom of travel for ordinary people, facilitated commercial links between urban and rural areas, influenced urban planning and the growth of large cities, and contributed to severe air-pollution problems in urban areas.

    The internal-combustion engine. The internal-combustion engine generates work through the combustion inside the engine of a compressed mixture of oxidizer (air) and fuel, the hot gaseous products of combustion pushing against moving surfaces of the engine, such as a piston or a rotor. The first commercially successful internal-combustion engine, which used a mixture of coal gas and air, was constructed about 1859 by Belgian inventor étienne Lenoir. Initially expensive to run and inefficient, it was significantly modified in 1878 by German engineer Nikolaus Otto, who introduced the four-stroke cycle of induction-compression-firing-exhaust. Because of their greater efficiency, durability, and ease of use, gas-powered engines based on Otto’s design soon replaced steam engines in small industrial applications. The first gasoline-powered internal-combustion engine, also based on Otto’s four-stroke design, was invented by German engineer Gottlieb Daimler in 1885. Soon afterward, in the early 1890s, another German engineer, Rudolf Diesel, constructed an internal-combustion engine (the diesel engine) that used heavy oil instead of gasoline and was more efficient than the Otto engine. It was widely used to power locomotives, heavy machinery, and submarines.

    The automobile. Because of its efficiency and light weight, the gasoline-powered engine was ideal for light vehicular locomotion. The first motorcycle and motorcar powered by an internal-combustion engine were constructed by Daimler and Karl Benz, respectively, in 1885. By the 1890s a nascent industry in continental Europe and the United States was producing increasingly sophisticated automobiles for mostly wealthy customers. Less than 20 years later American industrialist Henry Ford perfected assembly-line methods of manufacturing to produce millions of automobiles (especially the Model T) and light trucks annually. The great economies of scale he achieved made automobile ownership affordable for Americans of average income, a major development in the history of transportation.

Special Subscription Bundle Offer!
Learn More!
ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด 16 ก ค 63 เช็ค หวย วัน ที่ 1 มีนาคม 2563 ์ ตรวจ หวย 1 ธ ค 62 ตรวจ หวย ประจำ วัน ที่ 16 มีนาคม ลอตเตอรี่ วัน ที่ 30 ธันวาคม 2562 ตรวจ สลากกินแบ่ง 16 มกราคม 2563 ตรวจ หวย 1 มิถุนายน 2563 แบบ กรอก ตัวเลข ตรวจ สลาก กิน งวด ล่าสุด ตรวจ หวย 1 ธันวาคม 2558 ผล สลาก 1 ต ค 62
หวย วัน ที่ 1 มีนาคม 63 เช็ค สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 กุมภาพันธ์ 2563 ตรวจ หวย ออนไลน์ ล่าสุด ผล ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล ล่าสุด ตรวจ หวย 16 ธ ค 2562 mthai
ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 กรกฎาคม ตรวจ หวย รัฐบาล งวด วัน ที่ 16 กรกฎาคม 2563 ตรวจ หวย รถ เต อ รี่ ตรวจ ลอตเตอรี่ งวด วัน ที่ 1 กรกฎาคม เช็ค ผล สลาก ล่าสุด
ตรวจ หวย 17 กรกฎาคม 2562 ตรวจ หวย 15 กรกฎาคม 2562 ลอตเตอรี่ 1 ก ค 63 ตรวด สลาก วัน ที่ 16 มิถุนายน 63 หวย 16 กุมภาพันธ์ 2563 ไทยรัฐ